นกพิราบเป็นพาหะของโรคต่าง ๆ ใช่หรือไม่

ด้วยคำว่า “ไม่” นกทุก ๆ ชนิดมีศักยภาพในการแพร่กระจายโรคไปสู่นกตัวอื่น ๆ และไปสู่มนุษย์ได้ แต่โอกาสที่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้นั้นมีเพียงหนึ่งในล้านเท่านั้นในกรณีของ มนุษย์ นกพิราบไม่อาจแพร่เชื้อโรคให้กับมนุษย์ได้มากไปกว่านกพันธุ์อื่น ๆ ในโลก

แล้วทำไมเราได้อ่านเรื่องน่าสยด สยองในสื่อต่าง ๆ ทุก ๆ วันเกี่ยวกับโรคที่ทำให้ต้องตายถึง 60 – 70 โรคที่นกพิราบสามารถแพร่มาสู่มนุษย์ได้ เนื่องจากว่าอุตสาหกรรมการควบคุมสัตว์ที่นำความเสียหายมาให้นั้นตลอดจน อุตสาหกรรมที่มีผลประโยชน์ในเชิงการพาณิชย์เกี่ยวข้องอยู่ในการควบคุมนก พิราบมีเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อที่มีประสิทธิภาพมาก ๆ ซึ่งได้เผยแพร่เรื่องราวต่าง ๆ อันน่ากลัวเพื่อจะได้ขายผลิตภัณฑ์ของตนเองได้ การควบคุมสัตว์ที่นำเชื้อโรคนั้นเป็นอุตสาหกรรมมูลค่าหลายพันล้านเหรียญ สหรัฐทั่วโลกด้วยการขายผลิตภัณฑ์กำจัดนกพิราบที่นำมาซึ่งสัดส่วนของผลกำไร ภายในอุตสาหกรรมอย่างงาม งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่าการฆ่านกพิราบเป็นวิธีการควบคุมที่ ไร้ประสิทธิภาพอย่างสิ้นเชิง อุตสาหกรรมการควบคุมสัตว์ที่นำเชื้อโรคนั้นจำเป็นต้องทำให้ประชาชนตกใจเพื่อ จะได้เชื่อว่าตนเองต้องมีความกังวลเกี่ยวกับนกพิราบ หนทางที่ดีที่สุดก็คือสร้างเรื่องที่ทำให้นกพิราบสัมพันธ์กับโรค

เราได้อ่านรายงานมากขึ้นเรื่อย ๆ เกี่ยวกับโครงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างนก พิราบกับการเกิดโรคในมนุษย์ สิ่งที่เราไม่เคยถามและสิ่งที่เราไม่เคยได้รับการแจ้งให้ทราบเลยก็คือใคร เป็นคนจัดสรรเงินทุนสำหรับโครงการวิจัยเหล่านี้ใช่อุตสาหกรรมการควบคุมสัตว์ ก่อโรคหรือเปล่า ดูเหมือนว่าจะมีความเป็นไปได้มากขึ้นว่าจะเป็นกรณีนี้ หากว่าโครงการวิจัยได้รับการสนับสนุนทางการเงินโดยอุตสาหกรรมที่ได้รับ ประโยชน์จากการควบคุมสัตว์ต่าง ๆ ที่กำลังถูกวิจัยอยู่ (ในกรณีนี้ก็คือนกพิราบ) แล้ว เราจะสามารถเชื่อได้อย่างแท้จริงหรือไม่ว่าสถิติที่เราอ่านเป็นความจริง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เรารู้ก็คือผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงทั้งหมดต่างเห็นพ้องต้องกันว่าไม่ มีความเสี่ยงต่อสุขภาพที่สามารถเห็นได้อย่างแน่ชัดต่อมนุษย์จากการสัมผัสกับนกพิราบ


– ไมค์ เอฟเวอร์เรท ซึ่งเป็นโฆษกของสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์เพื่อการคุ้มครองนกพิราบกล่าวว่า ในนิตยสารเดอะบิ๊กอีสชู แม็กกาซีน ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2001 ได้รายงานว่า “เรื่อง “หนูมีปีก” นั้นเป็นเรื่องไร้สาระ ไม่มีหลักฐานที่จะแสดงให้เห็นได้ว่านกพิราบสามารถแพร่เชื้อโรคได้”


– หัว หน้าเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์ เมื่อได้กล่าวถึงประเด็นเกี่ยวกับนกพิราบที่อยู่ในตราฟัลการ์ สแคว์ ณ เฮาส์ออฟลอร์ดในปี 2000 โดยมีผู้ถามว่านกพิราบจำนวนมากในสแควร์นั้นเป็นตัวที่ทำให้เกิดความเสี่ยง ต่อสุขภาพในมนุษย์ใช่หรือไม่ หัวหน้าเจ้าหน้าที่สัตวแพทย์กล่าวกับเดอะเฮาส์ว่าในความคิดเห็นของเขาแล้ว เขาว่านกพิราบไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพของมนุษย์


– เด วิด เอ ปาล์มเมอร์ (บีวีเอสซี, เอ็มอาร์ซีวีเอส) ได้กล่าวไว้ในบทความที่มีชื่อว่า “โรคที่ทำให้ต้องตายโดยเป็นอันตรายต่อปอดและความเสี่ยงต่อสุขภาพจากนกพิราบ และจากสัตว์ในธรรมชาติ “เป็นที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่าอาการของโรคต่าง ๆ ที่เป็นภูมิแพ้ภายนอกนั้นขึ้นอยู่กับคนที่เกี่ยวข้องที่มีภูมิแพ้แบบเฉพาะ เจาะจงมาก ๆ ก่อนโรคอื่น ๆ จะแทรกซ้อนเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วยทางด้านระบบหายใจและการตายแบบผิดปกติ ยังอาจเห็นได้อยู่จำนวนมาก โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนกพิราบเลย”

หากว่ามีโอกาสจริง ๆ ในการที่นกพิราบจะแพร่กระจายเชื้อโรคให้กับคน เราก็จะเห็นโรคระบาดเกิดขึ้นได้ในบรรดาผู้ชื่นชอบนกพิราบ โดยเฉพาะนักแข่งขันนกพิราบและใช้เวลามากมายไปกับนกพิราบ เราก็จะได้เห็นคนที่มีการเกี่ยวข้องกับนกพิราบทั้งหมดเข้ารับการรักษาตัวที่ โรงพยาบาลกันทั่วโลก ข้อเท็จจริงนั้นแสดงให้เห็นความจริงอยู่แล้ว นกพิราบไม่ได้แพร่เชื้อโรคและหากว่าเราต้องการที่จะกำจัดนกพิราบบนพื้นฐาน ของข้อเท็จจริงที่ว่ามี ‘ความเป็นไปได้” สำหรับนกพิราบเหล่านี้ในการที่จะแพร่เชื้อโรคต่อมนุษย์ได้ แล้วเราก็คงจำเป็นต้องกำจัดนกตามธรรมชาติทุกชนิดให้หมดไป ว่าไปแล้ว 99 % ของสิ่งที่เรียกว่า “ปัญหานกพิราบ” เป็นปัญหาของคนอย่างแท้จริง มนุษย์ใช่ไหมที่สร้างขยะให้นกพิราบกินและหากเราสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ เราก็จะสามารถลดความกังวลเกี่ยวกับนกพิราบได้อย่างมาก เพราะฉะนั้น เป็นความจริงหรือไม่ที่นกพิราบเป็นสัตว์ที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตอื่น

บริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับนกพิราบ (PICAS)
การศึกษาได้ถูกเผยแพร่ออกมาโดย งานบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับนกพิราบ (PICAS) ซึ่งเป็นองค์การการกุศลและไม่แสวงผลกำไรซึ่งได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับลักษณะ ต่าง ๆ ทั้งหมดของการควบคุมนกที่ไม่ทำถึงตายได้ โดยมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการควบคุมนกพิราบ คุณสามารถเข้าไปดูได้ที่ www.labouranimalwelfaresociety.org ซึ่งเป็นองค์กรฝ่ายพรรคแรงงานในประเทศอังกฤษเพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มเติม ในเวบนี้นั้น ให้คุณเข้าไปที่ส่วนของบทความ (Article) แล้วเข้าไปที่ นกพิราบและนก (Pigion & birds) แล้วก็เลือกหัวข้อตามที่คุณสนใจ หากไม่คำนึงถึงเรื่องของโรคไข้หวัดนกที่ได้เผยแพร่ออกไปโดยสื่อต่าง ๆ ทุกสื่อ กรุณาเข้ามาเพื่อมารู้สึก ผ่อนคลาย ทานไก่ทอดและซื้อไก่สดไปเตรียมอาหาร โอกาสของคนที่มีสุขภาพดีในการทำงานในฟาร์มไก่มีโอกาสในการที่จะติดเชื้อได้ นั้นมีเพียง 10 % โดยจาก 10 % นี้มีเพียง 2 – 3 % เท่านั้นที่จะป่วย และ 2 ใน 3 ของจำนวนนั้นก็จะได้รับการรักษาให้หายได้ มีเพียงไก่ที่ติดเชื้อเท่านั้นที่สามารถแพร่ไวรัส H5N1 เข้าไปสู่คนได้ ไม่ใช่จากนกปกติในธรรมชาติหรือนกพิราบที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี ทุก ๆ วัน มีคนประมาณ 4000 ถึง 5000 คนต้องเสียชีวิตลงในประเทศไทยจากทุก ๆ กลุ่มอายุด้วยผลกระทบของ ทุกโรค หากว่ามี 2 คนเสียชีวิตเนื่องจากไข้หวัดนกแล้ว เราก็โชคร้ายแล้วเพราะโรคนั้นได้กระจายอยู่แทบทุกส่วนของประเทศ เมื่อเทียบกับขนาดของธุรกิจสัตว์ปีกของประเทศไทยนั้น หากว่ายอดผู้เสียชีวิตเป็น 10 รายขึ้นไป ก็ถือว่าไม่ใช่ตัวเลขที่มากมายอะไร

ข้อมูลเกี่ยวกับ H5N2 และ H7N7
ทั้ง ๆ ที่มีความเชื่อแพร่หลายอยู่มาก นกพิราบก็ไม่อาจติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกได้โดยง่าย จากงานวิจัยจำนวนมากมายที่ทำโดยศูนย์บริการทางด้านสัตววิทยาแห่งชาติ ศูนย์บริการการตรวจสอบสุขภาพของพืชและสัตว์ หน่วยงานเกษตรกรรมของสหราชอาณาจักร ได้เปิดเผยว่านกพิราบที่ได้รับการฉีดสารก่อโรค AIV ประเภท H5N2 และประเภทย่อยที่ไม่ทำให้เกิดโรค H5N2 และ H7N1 เข้าไปที่เส้นเลือดนั้นยังคงมีสุขภาพดีตลอดการสังเกตในห้องทดลอง